พระคาถาชินบัญชร
เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้นก่อนเจริญภาวนาชินบัญชรตั้งนะโม 3 จบก่อน
แล้วระลึกถึง สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ชะยาสะนากะตา พุทธา | เชตะวา มารัง สะวาหะนัง |
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง | เย ปิวิงสุ นะราสะภา |
ตัณหังกะราทะโย พุทธา | อัฏฐะวีสะติ นายะกา |
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง | มัตถะเก เต มุนิสสะรา |
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง | พุทโธ ธัมโม ทวิโลจะเน |
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง | อุเร สัพพะคุณากะโร |
หะทะเย เม อะนุรุทโธ | สารีปุตโต จะ ทักขิเณ |
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง | โมคคัลลาโน จะวามะเก |
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง | อาสุง อานันทะราหุโล |
กัสสะโป จะ มะหานาโม | อุภาสุง วามโสตะเก |
เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง | สุริโยวะปะภังกะโร |
นิสินโน สิริสัมปันโน | โสภีโต มุนิ ปุงคะโว |
กุมาระกัสสะโป เถโร | มะเหสี จิตตะวาทะโก |
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง | ปะติฏฐาสิ คุณากะโร |
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ | อุปาลี นันทะสีวะล |
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา | นะลาเฏ ติละกา มะมะ |
เสสาสีติ มะหาเถรา | วิชิตา ชินะสาวะกา |
เอเตสีติ มะหาเถรา | ชิตะวันโต ชินโนระสา |
ชะลันตา สีละเตเชนะ | อังคะมังเคสุ สัณฐิตา |
ระตะนัง ปุระโต อาสิ | ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง |
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ | วาเม อังคุลิมาละกัง |
ขันธะโมระปะริตตัญจะ | อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง |
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ | เสสา ปาการะสัณฐิตา |
ชินานาวะระสังยุตตา | สัตตัปปาการะลังกะตา |
วาตะปิตตาทิสัญชาตา | พาหิรัชฌัตตุปัททะวา |
อะเสสา วินะยัง ยันตุ | อะนันตะชินะเตชะสา |
วะเสโต เม สะกิจเจนะ | สะทา สัมพุทธะปัญชะเร |
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ | วิหะรันตัง มะหีตะเล |
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ | เต มะหาปุริสา สะภา |
อิจเจวะมันโต | สุคุตโต สุรักโข |
ชินานุภาเวนะ | ชิตุปัททะโว |
ธัมมานุภาเวนะ | ชิตาริสังโฆ |
สังฆานุภาเวนะ | ชิตันตะราโย |
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต | จะรามิ ชินะปัญชะเรติ |
คำแปลพระคาถาชินบัญชร
พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว ได้เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์
มียี่สิบแปดพระองค์ คือพระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกร เป็นอาทิ พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนี ทั้งหมดนั้น
ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์องค์บ่อเกิดแห่งความดีทั้งปวงอยู่ที่อุระ
พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณ-ฑัญญะอยู่เบื้องหลัง
พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
มุนีผู้ประเสริฐ คือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขนดลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
พระเถระกุมาระกัสสะปะ ผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะจงมาประดิษฐานอยู่ที่ปากแห่งข้าพเจ้าเป็นเนืองนิตย์
พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้งห้านี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก
ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรส เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีล ให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง
พระขันธปริตร ประโมรปริตร และพระอาฏานิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
อนึ่ง พระชินเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศิลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการ เป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใด ๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในบัญชรแวดวงกงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย คือโรคลมและโรคดี เป็นต้น เป็นสมุฎฐาน จงกำจัดให้พินาศสิ้น
ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาล ข้าพระพุทธเจ้าผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับความคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะอุปัทวันตรายใด ๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้า จงได้ปฏิบัติ รักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญ ฯ